กังวล สงสัยเป็น ไข้หวัด-ไข้เลือดออก กันแน่ สุขภาพ กีฬา ลดน้ำหนัก หุ่นดี วิ่งเพื่อสุขภาพ เทคนิคลดความอ้วน ไข้หวัด-ไข้เลือดออก

กังวล สงสัยเป็น ไข้หวัด-ไข้เลือดออก กันแน่

กังวล สงสัยเป็น ไข้หวัด-ไข้เลือดออก กันแน่ สุขภาพ กีฬา ลดน้ำหนัก หุ่นดี วิ่งเพื่อสุขภาพ เทคนิคลดความอ้วน ไข้หวัด-ไข้เลือดออก
กังวล สงสัยเป็น ไข้หวัด-ไข้เลือดออก กันแน่

               สภาพอากาศของประเทศไทยเปลี่ยนแปลงบ่อย จนทำให้คนส่วนใหญ่เจ็บป่วยได้ง่าย และบางครั้งเกิดความสับสนว่าอาการป่วยเกิดจากโรคอะไรกันแน่ เนื่องจากโรคที่พบได้บ่อยคือ ไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ ไข้เลือดออก ซึ่งอาการที่เกิดขึ้นแทบจะไม่แตกต่างกันเลย แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่า แบบไหนคือไข้หวัดและแบบไหนคือการติดเชื้อไวรัสเดงกีกันแน่

– อาการของโรค

               โรคไข้หวัด เป็นโรคติดเชื้อจากไวรัสอินฟลูเอ็นซ่า สามารถจำแนกได้ 3 ชนิด คือ ชนิดเอ บี และซี โดยไวรัสชนิดนี้จะแฝงตัวอยู่ในเสมหะ น้ำมูก น้ำลายของผู้ป่วย สามารถแพร่เชื้อได้ง่าย ผ่านการไอหรือจาม หากรับเอาฝอยละอองเข้าไปก็จะติดโรคได้ หรือผ่านทางการสัมผัสจากสิ่งของเครื่องใช้ร่วมกันเกิดการปนเปื้อน เช่น ช้อน ซ้อม แก้วน้ำ ลูกบิดประตู โทรศัพท์ เป็นต้น

เมื่อผู้รับเชื้อจากการสัมผัสนำมือไปขยี้ตา จมูก ปาก ก็สามารถเข้าสู่ร่างกายได้โดยง่าย ในผู้ใหญ่อาจมีระยะการแพร่เชื้อได้นานถึง 3-5 วัน ส่วนในเด็กแพร่ได้ยาวนานกว่าผู้ใหญ่ อาจพบได้ในช่วง 7-10 วัน หรือนานกว่านั้น

               ส่วนโรคไข้เลือดออก เกิดจากไวรัสเดงกี ซึ่งมียุงลายเป็นพาหะ ในประเทศไทยมีอยู่ทั้งหมด 4 สายพันธุ์ ได้แก่ DEN-1, DEN-2, DEN-3 และ DEN-4 โดยทั้ง 4 สายพันธุ์นี้มี Antigen ร่วมด้วย ทำให้เกิด Cross Reaction และ Cross Protection ในเวลาสั้น ๆ เมื่อมีการติดเชื้อในร่างกายสายพันธุ์ใดร่ายกายจะสร้างภูมิคุ้มกันสายพันธุ์นั้นตลอดไป

แต่มีอีกกรณีที่เกิดภูมิคุ้มกันให้กับในสายพันธุ์อื่นในระยะเวลาอันสั้นคือใช้เวลาประมาณ 3-12 เดือน เมื่อภูมิคุ้มกันนั้นลดลง สายพันธุ์เหล่านั้นจะลุกลามจนเกิดสายพันธุ์ใหม่ขึ้นได้ ทำให้ผู้ที่เคยเป็นไข้เลือดออกมาแล้วกลับไปเป็นซ้ำได้อีก และทวีความรุนแรงขึ้นด้วย

กังวล สงสัยเป็น ไข้หวัด-ไข้เลือดออก กันแน่ สุขภาพ กีฬา ลดน้ำหนัก หุ่นดี วิ่งเพื่อสุขภาพ เทคนิคลดความอ้วน ไข้หวัด-ไข้เลือดออก
กังวล สงสัยเป็น ไข้หวัด-ไข้เลือดออก กันแน่

– เหมือนจนไม่ต่าง

               โรคหวัดกับโรคไข้เลือดออก การแสดงอาการแทบจะไม่ต่างกันมาก โดยเฉพาะ 2-3 วันแรก จะมีอาการปวดหัว ไข้ขึ้นสูง เจ็บคอ ปวดเมื่อยตามร่างกาย เป็นต้น ผู้ที่มีอาการของไข้หวัด อาการเหล่านี้จะหายไป และส่วนมากจะไม่เกินหนึ่งสัปดาห์ ส่วนของอาการแทรกซ้อน จะมีบ้างเล็กน้อย เช่น ปอดบวมจากไวรัสและแบคทีเรียตามโพรงอากาศติดเชื้อ โรคหอบหืด เป็นต้น แต่ผู้ที่เป็นไข้เลือดออก

แม้ว่าเวลาจะผ่านไป 2-3 วันแล้วก็ตามอาการต่าง ๆ จะไม่ทุเลาลง อาจจะมีไข้สูงเฉียบพลันเกิน 38.5 องศาเซลเซียส บางรายมีอาการชัก มีอาการเลือดออกตามผิวหนังลักษณะเป็นจุดเล็ก ๆ กระจายตัวตามแขน ขา รักแร้ หรืออาจมีเลือดออกตามรายฟัน เลือดกำเดาไหล บางรายที่รุนแรงมากจะอุจจาระเป็นเลือดหรืออาเจียนอย่างรุนแรงและมีสีดำเป็นต้น อาจส่งผลให้ภาวะไหลเวียนโลหิตล้มเหลว จนเกิดภาวะช็อกจนถึงแก่ชีวิตได้

               เมื่อเป็นไข้ปวดหัว ไม่สบาย ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยรักษา จากที่คิดว่าเป็นไข้หวัด ก็อาจจะรุนแรงถึงขั้นเป็นไข้เลือดออกได้ ที่สำคัญไม่ควรอยู่ในแหล่งของยุงลายชุกชุมซึ่งเป็นพาหะของโรค ต้องรักษาสุขภาพตัวเองด้วยการรับประทานอาหารที่ดี มีประโยชน์ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ การมีสุขภาพที่แข็งแรงโรคภัยก็จะไม่มีเบียดเบียนอย่างแน่นอน

เครดิตภาพ : kapook.com / allgenenjoy.com / careandliving.com

#สุขภาพ #กีฬา #ลดน้ำหนัก #หุ่นดี #วิ่งเพื่อสุขภาพ #เทคนิคลดความอ้วน #ไข้หวัด-ไข้เลือดออก

Share this post

Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest
Share on print
Share on email